วัดปรมัยยิกาวาส

วัดปรมัยยิกาวาส

ความเป็นมา

วัดปรมัยยิกาวาส ชาวบ้านมักเรียกว่าวัดปากอ่าว เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงเพียงวัดเดียวบนเกาะเกร็ด มีชื่อในภาษามอญว่า "เภี่ยมุเกี๊ยะเติ้ง" แปลว่า วัดหัวแหลม ซึ่งเป็นชื่อเดิมของวัด ในวัดนี้มีสิ่งที่น่าชมอยู่หลายอย่าง ที่ท่าเรือหน้าวัดจะพบปราสาทไม้ห้ายอดซึ่งเคยเป็นที่ตั้งเหม (โลงศพมอญ) ของอดีตเจ้าอาวาสตั้งตระหง่านอยู่ ส่วนพระอุโบสถในรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ โปรดให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสนองพระคุณสมเด็จพระเจ้าบรมอัยยิกาเธอ กรมพระยาสุดารัตน์ราชประยูร ผู้ทรงอภิบาลพระองค์มาแต่ทรงพระเยาว์ และพระราชทานนามวัดว่า วัดปรมัยยิกาวาส มีการตกแต่งด้วยวัสดุนำเข้าจากอิตาลี ศิลปะยุโรปแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๕ แต่กระนั้นพระองค์ยังรักษาธรรมเนียมเดิม โดยรับสั่งให้ที่นี่ริเริ่มการสวดเป็นภาษามอญ และปัจจุบันนี้ ที่นี่เป็นวัดเดียวที่ยังเก็บรักษาพระไตรปิฏกภาษามอญไว้ พระประธานในพระอุโบสถนั้นเป็นพระปางมารวิชัย ฝีพระหัตถ์ของพระองค์เจ้าประดิษฐานวรการ ผู้ที่สร้างพระสยามเทวาธิราช รัชกาลที่ ๕ ทรงยกย่องว่าพระประธานองค์นี้งามด้วยฝีพระพักตร์ดูมีชีวิตชีวาเหมือนคนจริง ด้านหลังพระอุโบสถ มีพระมหารามัญเจดีย์ จำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวดากอง ของพม่า

เจดีย์เอียงเกาะเกร็ด ภาพเมื่อตอนที่เรือแล่นข้ามฟากมาใกล้ถึงวัดมากขึ้นก็จะได้ภาพเจดีย์ใหญ่และชัดขึ้นเรื่อยๆ พระเจดีย์แบบมอญ ลักษณะเป็นทรงระฆังเตี้ย แบบพระธาตุมุตาว ชาวรามัญได้สร้างขึ้นคู่มากับวัดปากอ่าว ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ได้บรรจุพระธาตุ มีความสูง 9.34 เมตร ยอดพระเจดีย์มีฉัตรสูง 2.28 เมตร มีอายุราว 300 ปี กรมศิลปากรได้ทำการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478

อุโบสถ เมื่อข้ามฟากมาแล้วก็จะเข้าไปไหว้พระกันเริ่มจากสิ่งสำคัญที่เราควรจะได้เข้าไปทีละจุด แน่นอนว่าโบสถ์น่าจะเป็นอันดับแรก นอกจากวัดที่มีพระพุทธรูปที่สำคัญมากๆ อยู่ในวิหารเท่านั้นที่เราจะไปเข้าวิหารก่อน โบสถ์วัดปรมัยยิกาวาสมองภายนอกก็ไม่แตกต่างอะไรกับโบสถ์วัดอื่นๆ แต่ภายในมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย

พระประทาน

ภายในโบสถ์ พอเราได้เข้ามาไหว้พระเสร็จลองมองไปรอบๆ จะเห็นความพิเศษของอุโบสถวัดปรมัยยิกาวาส ไม่ว่าจะเป็นเพดาน โคมไฟ บานหน้าต่าง ลวดลายต่างๆ มีรูปแบบของศิลปะตะวันตกเข้ามาผสมอยู่มาก เป็นความสวยงามอย่างยิ่ง

พระมหารามัญเจดีย์ เดินอ้อมมาทางด้านหลังโบสถ์จะมีเจดีย์องค์ใหญ่อยู่มาทีไรก็เห็นแต่สีขาว น่าจะใช้เฉพาะสีขาวเท่านั้นในการบูรณะ ทำให้วัดแห่งนี้มีเสนาสนะเป็นสีขาวทั้งหมด แลดูสวยงามมาก ในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในเจดีย์องค์นี้ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๔ ขึ้น ๑๓ ค่ำ ปีวอก ฉศก พ.ศ. ๒๔๒๗ เช้า ๕ โมง ๑๕ นาที

วิหารพระนอน พอออกมาจากพิพิธภัณฑ์ ตอนนี้เราลองเดินไปชมอีกจุดหนึ่งของวัด ก็คือวิหารพระพุทธไสยาสน์ วิหารหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางด้านหลังห่างจากเจดีย์ใหญ่หลังโบสถ์ไปอีกนิด



Your are here