วัดศาลากุล

วัดศาลากุล

ความเป็นมา

วัดศาลากุล เป็นวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นวัดของชุมนที่มีประชากรไม่มาก เนื่องจากในสมัยนั้นประชาชนไม่นิยมอยู่อาศัยในบริเวณชายตลิ่งที่เป็นที่ดินงอก เพราะการสัญจรไปมาทางน้ำไม่สะดวกเหมือนเช่นบริเวณริมแม่น้ำที่ไม่มีดินงอก ผู้คนจึงมาอยู่กันในลัดเกร็ด และบริเวณทางตลาดท่าทรายมากกว่า วัดศาลากุลเมื่อเริ่มสร้างวัดคงอยู่ไม่ห่างจากแม่น้ำมาก และมีคลองวัดศาลากุลเป็นทางเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาที่ดินงอกออกไปมาก ปัจจุบันนี้วัดศาลากุลจึงอยู่ห่งจากแม่น้ำเจ้าพระยามากเช่นกัน วัดศาลากุลถูกปล่อยทิ้งล้าง ตั้งแต่ครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาจนถึงประมาณสมัยรัชกาลที่ ๒ เป็นช่วงเวลาที่มีการค้ากับต่างประเทศมากอีกครั้งหนึ่ง มีเรือสำเภามาจอดที่ปากด่านเพื่อรอรับสินค้า เช่น ครั่ง ข้าว ไม้ฝาง ฯลฯ ไปขายยังต่างประเทส ในการค้าด้วยเรือสำเภาครั้งนั้นมีพระบรมวงศานุวงศ์แล้วข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ใช้เรือสำเภาค้าขายกับเมืองจีนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๒ ต่อมาได้เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เหล่าข้าราชบริพารในพระองค์ที่มาในเรือสำเภานั้นได้จอดพักเรือสำเภาบริเวณหน้าวัด ได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้ ซึ่งมีประวัติของวัดนี้ที่เกี่ยวข้องกับเจ้านายฝ่ายหน้าได้มาบูรณะวัดนี้ เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ (กุน) สมุหนายก ได้รับราชการตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มาจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๒ มีสำเภาค้าขายกับจีน โดยที่ตัวท่านเป็นคนจีน และได้มาสร้างศาลาให้บริวารพักบริเวณใกล้วัด ศาลานี้คนทั่วไปจึงเรียกกันว่า ศาลาเจ้าคุณกุน หรือศาลาจีนกุน วัดที่อยู่ใกล้ศาลาจึงเรียกว่า วัดศาลากุล รวมทั้งเป็นชื่อเดิมของเกาะเกร็ดด้วย เมื่อการค้าสำเภายกเลิกไป บริเวณวัดศาลากุลที่สงบเงียบจึงเป็นวัดสำหรับพระสงฆ์ผู้รักสงบ หลวงพ่อสุ่น พระเกจิอาจารย์ อดีตเอาวาสวัดศาลากุล เป็นเถระที่มีชื่อเสียงของวัดศาลากุลนี้ สำหรับชื่อวัดนั้นเขียนแตกต่างกันเป็น ๒ อย่างคือ ศาลากุล และศาลากุน แต่ปัจจุบันใช้ วัดศาลากุล วัดมีที่ดินทั้งหมด 40 ไร่ เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันชื่อพระครูธรรมะคุณากร มีพรรษา 25 พรรษา มีพระภายในวัดจำนวน 12 รูป้



Your are here